You are using an outdated browser. For a faster, safer browsing experience, upgrade for free today.
ไทย ไทย
ไทย (บาท)

BKK AUDIO Co., Ltd. (Head Office)

  • ยังไม่มีสินค้าในตระกร้า!

Double Helix Cables

Available Options

Double Helix Cables - Chaperone RCA/XLR Interconnect for AK240 AK380 AK300 AK320 AK120

Brand: Double Helix Cables

Product Code: Chaperone RCA/XLR Interconnect for AK240 AK380 AK300 AK320 AK120

฿18,315

Double Helix Cables – Chaperone RCA/ XLR Interconnect for AK240 AK380 AK320 AK120

การจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

Chaperone สายสัญญาณรุ่นสูงสุดสำหรับ Astell & Kern (สำหรับเครื่องเล่น A&K ที่ใช้แจ๊ค 2.5 มม.Balanced)

Astell & Kern AK240 คือเครื่องเล่นไฟล์/ Dac พกพาระดับสูงที่สามารถใช้งานร่วมกับแอมป์ระดับสุดยอดได้ทั้งแบบพกพาและตั้งโต๊ะ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานแบบหวังผลในคุณภาพสูงสุดของ AK240 DHC ได้ออกแบบพัฒนาสายระบบ Balance, Grounded และ Isolated เพื่อใช้เชื่อมต่อระหว่าง AK240 กับแอมป์ที่มี Balanced Input แบบ Dual 3-pin XLR นอกจากนี้ DHC ยังผลิตสายนี้ในแบบ 3.5 มม. - Dual RCA เพื่อการใช้งานกับแอมป์แบบ Single-ended ด้วย

สายรูปแบบที่กล่าวมานี้มีพื้นฐานมาจากสาย Chaperone Interconnect ของ DHC ที่ขึ้นชื่อในด้านความเป็นกลางที่พร้อมจะเปิดเผยรายละเอียดจากต้นสัญญาณอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ

    ฟีเจอร์

    -สายสัญญาณ Chaperone สายโครงสร้างพิเศษชนิด Extremely Isolated Cryo OCC Copper type 2 Litz Interconnect ที่มีฟีเจอร์เป็นฉนวนแบบ direct carbon composite secondary insulation ในแต่ละสาย เพื่อผลในการป้องกันการกวนในรูปแบบต่างๆ และเพิ่มเติมด้วย Cotton damping custom foil & copper braid shielding

    -Abbatron 3-pin XLR หรือ VALab RCA Abbatron XLR เป็นขั้วต่อใหม่ที่เราชื่นชอบซึ่งเป็นงานที่ทำในอเมริกา โดยใช้วัสดุที่ดีที่สุดเท่าที่เคยพบมา นั่นคือการใช้ Tellurium copper ชุบทอง แกนสัมผัสกลึงจากตัวนำทั้งแท่ง Shell ของขั้วต่อเป็นโลหะดำด้านเนื้องานละเอียดสวยงาม

    -DHC “Capsid” Carbon Fiber-Trimmed Y-split Cover

    -ปลอกหุ้มสีดำงาน custom จากเยอรมัน ทนทานและสวยงาม

    -การเชื่อมต่อกราวด์ของ AK240 – เสียบปลั๊ก Balance เข้าที่ จากนั้นต่อสายกราวด์ (สเตอริโอปลั๊ก 3.5 มม.) เข้าช่อง Single-ended 3.5 มม. เพื่อทำกราวด์ให้ระบบ

  • ขอแนะนำสายสัญญาณรุ่นสูงสุดของ DHC Chaperone 3 ซึ่งเป็นสายคุณภาพเหนือระดับที่สุดเท่าที่เคยออกแบบสร้างมา

    Chaperone 3 ใช้ตัวนำขนาด 22 awg ที่มีโครงสร้างแบบ “Fusion” ที่พรั่งพร้อมด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ที่หลากหลาย ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมในด้านรายละเอียดและความปราณีตงดงาม มีการใช้ตัวนำ 2 แบบร่วมกันคือตัวนำเงินชนิด OCC Silver Litz 7 สายและตัวนำทองแดง OCC Copper Litz 7 สายรวมตัวกันเรียงรอบแกนกลางที่เป็นสารกึ่งตัวนำ ซึ่งทำหน้าที่กระจายและระบายพลังงานและสนามแม่เหล็กที่ก่อตัวขึ้นมาที่ตัวสายด้วยการแปลงสภาพให้เป็นความร้อน สายแต่ละสายมีฉนวนแบบ Conductive Carbon Secondary Insulation เพื่อการป้องกันสัญญาณรบกวนรูปแบบต่างๆ และทำการ damping เพิ่มเติมด้วย Cotton เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของโครงสร้างสาย มีการใช้ Foil Shield รอบ OFC Copper Braid Shield ถึง 2 ชุดแทนที่การใช้เพียงชุดเดียวเฉกเช่น Complement 2 สายแต่ละแชนแนลถูกแยกส่วนกันอย่างเป็นอิสระ

Double Helix Cables - Chaperone RCA/XLR Interconnect for AK240 AK380 AK300 AK320 AK120
฿18,315
Double Helix Cables – Chaperone RCA/ XLR Interconnect for AK240 AK380 AK320 AK120การจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือนChaperone สายสัญญาณรุ่นสูงสุดสำหรับ Astell & Kern (สำหรับเครื่องเล่..
฿18,315

Available Options

Double Helix Cables - Complement4 – DHC’s Original Flagship

Brand: Double Helix Cables

Product Code: Complement4 – DHC’s Original Flagship

฿20,225

Double Helix Cables – Complement4 – DHC Original Flagship

การจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

Complement 4

สามารถเลือกการจัดรูปแบบตัวนำได้ 3 แบบคือทองแดงล้วน ทองแดงผสมเงินและเงินล้วน




“ไม่มีสายรุ่นอื่นแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้ได้”

-Mike Mercer, PFO, THFR, Occupy HiFi

“นี่แหละสายโปรดของผม” – Alex Rosson, Audeze, Shinola Audio

“สายหูฟังที่ดีที่สุดเท่าที่เคยฟัง” – Dr. David Robinson, Positive Feedback Online

New2016 Comp4 Silver Review @inearspace

“โปร่งใสกว่าทุกสายที่ผมมี สายอื่นๆ อาจให้เสียงอุ่นกว่าหรือสว่างกว่าหรือมีการเน้นในบางความถี่ ซึ่งผมคิดว่าคงเป็นสีสันที่ถูกแต่งแต้มโดยสายนั้นๆ แต่สำหรับ Comp4 นั้นเป็นเสียงที่สมดุล ปราศจากการเพิ่มเติมหรือหายไป เมื่อใช้งานร่วมกับ HD800 ซึ่งเป็นหูฟังอ้างอิงของผม ผลที่ได้มันน่าทึ่งดังต้องมนต์เลยทีเดียว” -Sonny Trigg, Inearspace

New2016 Comp4 Silver Review @Audiobacon

“ว้าว เข้าใจแล้วว่าความเป็น 3 มิติมันเป็นอย่างนี้นี่เอง พื้นเสียงเงียบสนิทราวกับความมืดที่ไม่มีแสงใดๆ ส่องสว่างให้เป็นสังเกตุได้เลย เวทีเสียงที่เกิดขึ้นมีขนาดใหญ่มโหฬารและกว้างใหญ่ไพศาลเสมือนไร้ขอบเขต เสียงเบสนั้นหนักแน่น ทรงพลัง ความใสของเสียงนั้นมันทะลุปรุโปร่งจนเห็นทุกสิ่งอย่างที่ถูกบันทึกไว้จนหมดสิ้น ความถี่ของเสียงช่วงบนสุดและล่างสุดนั้นตอบสนองได้อย่างเด่นชัดอย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็น เครื่องดนตรีที่บรรเลงมีความเด่นชัดอย่างเป็นอิสระ ไม่รวมกันเป็นกระจุกอย่างที่เคยฟัง เป็นสายที่มีเสน่ห์น่าฟัง สามารถถ่ายทอดความเป็นดนตรีออกมาได้ราวกับมิได้ผ่านอุปกรณ์ใดๆ –Jay Luong Audiobacon

Complement4 คือวิวัฒนาการในการใช้งานของสาย Complement รุ่นแรก มันเป็นสายที่สร้างขึ้นให้ใช้งานที่บ้านแต่มันก็มิได้สร้างอุปสรรคที่มากเกินสำหรับการใช้งานพกพาโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพระดับสุดโต่ง complement4 นั้นมีราคาที่ย่อมเยาว์กว่าสาย Prion4 ซึ่งเป็นสายระดับสูงสุดของเราและยังมีความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อได้หลากหลายกว่าด้วย นอกจากนี้ยังมีตัวนำรูปแบบต่างๆ ให้เลือกใช้ตามงบประมาณได้อย่างครอบคลุม เช่น ทองแดง ทองแดงผสมเงิน หรือเงิน

สายรุ่นดั้งเดิม – Pure OCC copper Litz สุดยอดสมรรถนะและความคุ้มค่าตัวนำทองแดงบริสุทธิ์ OCC 14 เส้นในโครงสร้างที่พิเศษของ Complement4

Silver & Fusion: สมรรถนะเหนือกว่าตัวนำทองแดงล้วน ตัวนำเงิน OCC ของ DHC ปราศจากบุคลิกใดๆ นอกจากการเป็นทางผ่านสัญญาณที่บริสุทธิ์ การตอบสนองต่อสัญญาณที่มีความฉับพลันนั้นให้ความเร็วได้สูงสุดเท่าที่เคยได้ยินมา เสียงเบสมีความถูกต้อง เที่ยงตรง ปราศจากอาการบวมเบลอ เสียงสูงเที่ยงตรงอย่างนุ่มนวล น่าฟังโดยมิมีอาการเจิดจ้าเกินงาม เสียงกลางมีความกลมกล่อม ดึงผู้ฟังให้เข้าสู่ภวังค์แห่งเสียงเพลงได้โดยง่าย หากจะอธิบายสรุปแบบสั้นๆ ได้ใจความถึงคุณภาพเสียงของ Complement4 อาจกล่าวได้ 3 คำคือ หนักแน่น ลื่นไหล อิสระ

Fusion มีโครงสร้างของสายที่เกิดจากการผสมตัวนำอย่างละครึ่ง คือตัวนำทองแดง OCC 7 เส้นผสมกับตัวนำเงิน OCC 7 เส้นโดยจัดวางสลับกันรอบแกนสาย ขณะที่ Silver Complement4 ใช้ตัวนำเงิน OCC ล้วนถึง 14 เส้นวางเรียงรอบแกนสาย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสายที่มีสมรรถนะสูงที่สุดของสายทั้ง 3 รูปแบบตัวนำ

สายรุ่นต่างๆ ของ DHC

Complement4 เป็นสายระดับสูงของเราที่มีน้ำหนักเบาและให้ความยืดหยุ่นสูง เป็นสายที่ใช้งานได้สะดวกสบายมากกว่าสายรุ่นก่อนหน้า DHC ให้ความสำคัญกับการป้องกันสัญญาณรบกวนรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการจัดการ damping และจัดสภาพภายในตัวสายให้เกิดความสมบูรณ์ในการป้องกันการรบกวนต่างๆ ได้ดีโดยไม่ใช้การชีลด์ด้วยโลหะหนาๆ Complement4 มีการชีลด์บางๆ ด้วยวัสดุประเภทคาร์บอน เพื่อผลด้านความสงัดของพื้นเสียง อันจะทำให้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มีความเด่นชัดขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

Complement4 ไม่เพียงมีสมรรถนะที่เหนือกว่าสายรุ่นก่อนหน้า แต่ยังมีความยืดหยุ่นและความสบายในการใช้งานสูงกว่าเป็นอย่างมากด้วย

สาย Complement4 คือสายที่ให้เสียงดีที่สุดในหมู่สายหูฟังที่เราได้ผลิตขึ้นมายกเว้นเพียงแค่ Prion4 สายรุ่นสูงสุดของ DHC แม้จะเป็นรอง Prion4 ในด้านสมรรถนะเสียงเพียงเล็กน้อย แต่ Complement4 นั้นเหนือกว่า Prion4 ในด้านความสะดวกสบายในการใช้งานรวมถึงความสามารถในการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่ให้ความหลากหลายมากกว่า

สายหุ้มคัสตอม

Complement4 มีสายหุ้มคัสตอมคุณภาพยอดเยี่ยมให้เลือกใช้อย่างพร้อมพรั่ง สายหุ้มของ DHC ทำด้วยวัสดุคุณภาพสูงที่นอกจากสวยงามน่าใช้แล้วยังมีความแข็งแรงทนทานและยังช่วยป้องกันสัญญาณรบกวนรูปแบบต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

สำหรับ Silver Complement4 เราขอเสนอสายหุ้มชนิดพิเศษชนิด Metallic Tracer Treads ดังรูปด้านบน ซึ่งเป็นสีขาว+ Antique Gold Metallic สีอื่นๆ กำลังอยู่ในกระบวนการออกแบบผลิตซึ่งกำลังจะมีให้เลือกมากขึ้นเมื่อแล้วเสร็จ สีอื่นๆ ที่มีให้เลือกใช้ได้ในขณะนี้ประกอบด้วย เทา Charcoal, ขาว/น้ำเงิน, ดำ/แดง และ ขาว/ Silver Metallic

เลือกใช้ขั้วต่ออย่างพิถีพิถัน

Complement4 คือสายชั้นยอดเพื่อการใช้งานกับหูฟังที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับเหนือธรรมดา DHC ได้คัดสรรขั้วต่อต่างๆ ที่มีความเหมาะสมกับสาย Complement4 ทั้งคุณภาพเสียงและการเข้ากันได้อย่างกลมกลืนกับการออกแบบของสาย

ขอแนะนำ Integrated Wire สาย Integrated Wire ที่ประกอบไปด้วยสาย Signal Wire ที่มีโครงสร้างหลายชั้น (Multi-layer Construction) ผลิตขึ้นมาด้วยเครื่องจักรเพื่อความละเอียดและคงที่ในเนื้องาน จากนั้นจึงนำมาเข้างานให้เป็นรูปตามแต่สเป็คที่ผู้ใช้กำหนดมา เป้าหมายคือการสร้างคุณสมบัติเฉพาะในพื้นที่ด้านในของตัวนำ Litz Copper หรือ Silver Strands เพื่อให้เกิดผลทางการถ่ายทอดเสียงที่เหนือสายทั่วไป สายในซีรีส์นี้เป็นสายที่ผลิตด้วยเครื่องจักร เนื้องานมีความแม่นยำสูง และเป็นงานออกแบบที่ DHC พัฒนาขึ้นเอง

Carbon-polymer outer shielding insulation

เป็นวัสดุที่ DHC พัฒนาขึ้นใช้เป็นการเฉพาะซึ่งให้ผลในการชีลด์ได้ดีกว่าการใช้ชีลด์แบบโลหะหนัก การชีลด์เช่นนี้มีใช้งานในสายรุ่นสูงสุดที่ต้องการคุณภาพทางเสียงที่บริสุทธิ์ที่สุดและน้ำหนักเบาด้วยโครงสร้างที่พิเศษ มีการอ่อนตัว ยืดหยุ่นได้ดีเยี่ยมและสามารถป้องกันสัญญาณรบกวนนานาชนิดได้เป็นอย่างดี

Flexible Teflon Secondary Dielectric Layer

Teflon มีคุณสมบัติพิเศษ คือมีค่าความเป็นฉนวนสูงและมีการดูดซับต่ำ ซึ่งทำให้โครงสร้างสายมีการรักษารูปเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังช่วยให้สายมีสมดุลทางไฟฟ้าที่ดีจากการที่มีค่าเหนี่ยวนำและค่าประจุไฟฟ้าต่ำ จากการใช้ Teflon ในสายรุ่น Complement4 ทำให้เราสามารถลดขนาดของสายลงได้ถึง 60% ในขณะที่ช่วยยกระดับคุณภาพด้านอื่นๆ อีกมากมาย Complement4 กับการปรับปรุงจวบจนปัจจุบันนี้มีน้ำหนักที่เบาลงและมีความยืดหยุ่นมากกว่าสายรุ่นก่อนหน้าเป็นอย่างมาก

Pure Cotton Primary Dielectric Layer

เป็นครั้งแรกที่มีการใช้เส้นใยถักรอบตัวนำ Litz Strands ก่อนปิดทับด้วยฉนวนชั้นนอก ผลที่เกิดขึ้นคือสายที่มีฉนวนหลักทำจากใยฝ้าย ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ไปเพิ่มเติมหรือลดทอนการส่งผ่านสัญญาณของตัวนำ หากแต่ช่วยต้านการสั่นที่เกิดกับตัวนำได้อย่างดีเยี่ยมพร้อมทั้งยังมีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนที่เหนือกว่าฉนวนทั่วไปมาก การที่ใช้ใยฝ้ายเป็นฉนวนนี้มีความคงรูปที่ดี ไม่เปราะบางเพราะมีการป้องกันด้วยโครงสร้างของชั้นฉนวนที่ต่อจากนี้เพื่อให้คงรูปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

22 awg Pure OCC type 4 Litz

ตัวนำความบริสุทธิ์สูงชนิด Ultrapure Single-Crystal Litz ถูกเรียงเส้นรอบแกนทรงกลม การจัดรูปแบบสายในลักษณะนี้ช่วยลดการเกิด Skin Effect เนื่องจากสายแต่ละเส้นถูกจัดวางเรียงบนพื้นผิวของแกนทรงกลมเป็นรัศมี 360 องศา ทำให้เกิดการกระจายความต้านทานที่สม่ำเสมอจากต้นถึงปลาย สาย Strand แต่ละเส้นถูกเคลือบด้วย Enamel ที่มีความบางมาก เพื่อช่วยป้องกันมิให้เกิด Oxidation และ Cross-talk ระหว่างสาย Strand ด้วยกัน และป้องกันไม่ให้เกิดกระแสวนอันจะทำให้เกิดประจุพลังงานตกค้างที่จะส่งผลในแง่ลบต่อการส่งสัญญาณได้ โครงสร้างแบบนี้เป็นโครงสร้างตัวนำที่เรามีความภูมิใจในการออกแบบสร้างเป็นอย่างยิ่งซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเสียงทุกๆ ชุดที่ได้ใช้

Type 4 Conductive/Damping Core

Type 4 Litz เป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับการปรับจูนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจาก Type 2 Litz ด้วยแกน Damping ตรงกลาง ซึ่งจะช่วยให้สาย Litz Strands หลุดออกจากจุดอับหรือ Dead Spot ตรงกลาง ทำให้เกิดการกระจายของ Strands ที่สม่ำเสมอ สำหรับ Complement4 เราได้พัฒนา Type 4 Damping Core ให้ดีขึ้นไปอีกระดับด้วยการใช้แกนแบบ Conductive Core ซึ่งแกนชนิดนี้ทำขึ้นจากวัสดุเฉพาะ Proprietary Resistive Material ที่มีความสามารถในการดูดซับสนามแม่เหล็กที่ก่อตัวขึ้นภายใน ในขณะที่ทำหน้าที่เหนี่ยวรั้งการสั่นที่เกิดขึ้นของทั้ง 2 ฝั่งของตัวนำหรือหากจะพูดให้เห็นภาพก็คือถูกประกบแบบแซนด์วิชระหว่างใย Cotton และแกนนี้ ผลก็คือสภาพโครงสร้างภายในที่สมบูรณ์แบบ

Complement’s Channel Isolation

โครงสร้างภายในของสายเป็นแบบอิสระต่อกันในแต่ละแชนแนล โดยไม่มีการนำสายของทั้ง 2 แชนแนลมาถักรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นสาย Balance XLR แบบ 3-pin หรือ 4-pin ก็จะใช้สายแยกจากต้นสายถึงปลายสาย การทำเช่นนี้คุณสมบัติทางเสียงที่ดี เช่น ความนิ่งของเวทีเสียงจะถูกรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี การจัดสายรูปแบบอื่นเราสามารถทำได้หากต้องการ Email ให้เราทราบเราจะจัดทำให้ แต่การจัดโครงสร้างสายแบบแยกที่เราทำอยู่นี้ เราเชื่อว่าดีที่สุดแล้ว

สายสัญญาณเข้าชุดที่แนะนำ

พิจารณาใช้สาย Spore 4 ที่ออกแบบมาคู่กันเพื่อความกลมกลืนทางเสียงสูงสุด

Double Helix Cables - Complement4 – DHC’s Original Flagship
฿20,225
Double Helix Cables – Complement4 – DHC Original Flagshipการจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือนComplement 4สามารถเลือกการจัดรูปแบบตัวนำได้ 3 แบบคือทองแดงล้วน ทองแดงผสมเงินและเงินล้วน “ไ..
฿20,225

Available Options

Double Helix Cables - DHC Chaperone Flagship Interconnects - RCA, XLR

Brand: Double Helix Cables

Product Code: DHC Chaperone Flagship Interconnects - RCA, XLR

฿17,192

Double Helix Cables – DHC Chaperone Flagship Interconnects-RCA, XLR

การจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

มีสายสัญญาณไม่มากนักที่ผู้ผลิตจะใส่ใจในทุกรายละเอียดในการสร้างเพื่อที่จะรักษาความบริสุทธิ์ของสัญญาณเอาไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ด้วยแรงบันดาลใจจาก Complement ซึ่งเป็นสายหูฟังระดับเรือธงของเรา ซึ่งออกแบบสร้างโดยไม่มีต้นทุนมาเป็นปัจจัยให้พิจารณาและการออกแบบโครงสร้างที่มีความซับซ้อนในแต่ละชั้น ล้วนแล้วแต่เป็นความพยายามเพื่อหวังผลแห่งความสมบูรณ์ในการส่งผ่านสัญญาณที่บริสุทธิ์ ไร้การปนเปื้อนหรือรบกวนจากปัจจัยรอบด้าน หลักการสำคัญซึ่งเป็นหัวใจคือการแยกตัวนำออกจากกันไม่ว่าจะเป็นตัวนำที่อยู่แชนแนลเดียวกันหรืออีกแชนแนล จะต้องถูกแยกออกจากกันอย่างเป็นอิสระ ไม่มีอะไรเข้าใกล้กันและกัน นอกจากการแยกตัวนำแล้วยังเป็นเรื่องการป้องกันการกวนของสัญญาณรบกวนต่างๆ รวมถึงสนามแม่เหล็กที่ก่อตัวขึ้นที่ตัวสาย ผลที่เกิดจากความพยายามที่ถูกหลักการได้ก่อเกิดผลที่สุดวิเศษ คือสายที่ไร้บุคลิกที่พร้อมจะถ่ายทอดสัญญาณอันบริสุทธิ์ที่แหล่งสัญญาณป้อนเข้ามาโดยมิไปเพิ่มเติมหรือลดทอนสิ่งใด เหลือไว้เพียงความบริสุทธิ์เที่ยงตรงของสัญญาณต้นทางที่เปลี่ยนแปรผันไปตามคุณภาพการบันทึก

เราขอเสนอสายสัญญาณ Chaperone ที่เข้าหัว Audio-GD ACSS สำหรับการใช้งานกับ Phoenix, RE-7 และผลิตภัณฑ์ของ Audio-GD ที่ใช้ ACSS สายสัญญาณนี้เป็นการยกระดับขึ้นมาจากสาย Pink Mystery ที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก ผู้ใช้สามารถเลือกคอนเน็คเตอร์รุ่นเก่าอย่าง LEMO-Style ACSS หรือคอนเน็คเตอร์รุ่นใหม่แบบ 3-pin mini XLR และ 4-pin Regular XLR สำหรับ Audio-GD ACSS ในเมนูเลือกการเข้าหัวแบบต่างๆ ซึ่งในขณะนี้มีหัวแบบ Phono ให้เลือกอย่างครบครัน เรามีให้เลือกทั้ง 5-pin DIN to Dual RCA พร้อม Shield Spade, RCA to RCA สายคู่พร้อม Shield Spades สำหรับฝั่งที่ใช้งานกับปรีแอมป์และ RCA to RCA พร้อม Shield Spades สำหรับฝั่งเครื่องเล่นแผ่นเสียงและฝั่งปรีแอมป์ Litz OCC Copper เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน Phono เพราะสายมีการสูญเสียเกิดขึ้นน้อยมากและให้ความเพี้ยนที่ต่ำมากด้วย และการที่เครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นอุปกรณ์ที่ให้สัญญาณเอาท์พุทต่ำนั้นยิ่งเหมาะกับสายที่มีคุณสมบัติอย่าง Chaperone เป็นอย่างยิ่ง

เทคโนโลยีและแนวคิด

สาย Chaperone 2 ใช้การออกแบบที่ยังไม่เคยมีการทำที่ไหนมาก่อนนั่นคือการแยกสัญญาณอนาล็อกที่ได้รับจากเครื่องเสียงให้เป็นอิสระต่อกันเพื่อเป็นการป้องกันผลเสียที่เกิดขึ้นได้โดยง่ายจากปัจจัยที่เอื้อต่อการกวนรอบด้าน ผลที่เกิดจากการแยกตัวนำและการแบ่งชั้นในระหว่างสายนั้นมีประโยชน์มากมายต่อคุณภาพเสียงที่ได้รับ ยังไม่รวมถึงการใช้ damping ระหว่างชั้นต่างๆ และการออกแบบระบบชีลด์ที่ช่วยลดค่า Capacitance และการมีชั้น Layer หลายชั้นเป็นวงจากศูนย์กลางนั้นช่วยเพิ่มแรงกดรอบทิศไปที่แกนกลางอย่างสม่ำเสมอ เป็นผลให้ช่วยป้องกันการสั่นที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้รายละเอียดเสียงลดลง

การออกแบบ

Chaperone 2 เป็นสายที่เด่นในด้านความเป็นกลางและความเที่ยงตรง สายใช้โครงสร้างแบบ Peptide และ Type 2 Litz ซึ่งประกอบไปด้วยสาย Strands กว่า 100 เส้นโดยที่สายแต่ละเส้นนั้นเป็นสายชนิด Enameled Ultrapure Ohno Continuous Cast Copper ที่จัดโครงสร้างสายในแบบกลุ่มซ้อนกลุ่มซึ่งได้ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าการจัดรูปแบบสายเช่นนี้ ช่วยลดการสูญเสียสัญญาณ AC และช่วยลด Skin/Proximity Effect ทำให้มีประสิทธิภาพในการส่งผ่านสัญญาณที่ดีกว่าสายทั่วไป ข้อดีของโครงสร้างสาย DHC “Peptide” ก็คือ สายจะคงสภาพความสวยงามไว้ได้ตลอด เนื่องจากสายย่อยแต่ละเส้นนั้นถูกเคลือบไว้ด้วย Enamel ใส ดังนั้นผิวของตัวนำจะคงคุณสมบัติทางไฟฟ้าที่สมบูรณ์โดยปราศจากการ Oxidation ดังเช่นที่พบในโครงสร้างสาย USB ที่ตัวนำสามารถคงไว้ซึ่งความต้านทานที่คงที่ตลอดทั้งความยาวของตัวสาย ซึ่งเป็นผลให้เกิดการสูญเสียต่ำ โครงสร้างแบบ Peptide นั้นดูแล้วมีลักษณะคล้ายเชือกที่มีโครงสร้างเป็นเกลียวสายซ้อนเกลียวสายจนเกิดเป็นรูปร่างเชือกขึ้นมา สายหุ้มที่ใช้ทำด้วย Polyethylene ที่มีความยืดหยุ่นสูงซึ่งช่วยรักษาโครงสร้างแบบ Type 2 ให้มีสภาพคงอยู่อย่างไม่ผิดรูปได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้การใช้งานของสายมีความทนทานมีคุณภาพที่คงเส้นคงวาตลอดอายุการใช้งาน

DHC “Peptide” เป็นสายชนิดแรกของวงการหูฟังที่มีโครงสร้างแบบ PE-insulated type 2 Litz OCC Copper Wire ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสายที่มีสมรรถนะสูงที่สุดเท่าที่เรารู้จัก

สาย Chaperone 2 เป็นสายที่ขึ้นรูปโดยการใช้การควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์แทนการทำด้วยมือ ทำให้สายมีความคงเส้นคงวาในการส่งผ่านสัญญาณตลอดความยาวของสาย DHC ได้ศึกษาทุกแง่มุมเกี่ยวกับสาย Chaperone จากอัตราการบิดตัวของสาย ขนาดของฉนวน ไปจนถึงวัสดุที่ใช้ในการ damping ล้วนแล้วแต่ผ่านการศึกษา ทดลองอย่างเข้มข้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

เส้นใยที่ใช้ในการ damping ได้ถูกใช้ในสาย Chaperone 2 ในปริมาณมากเป็น 2 เท่าจากที่เคยใช้เพื่อผลในการป้องกันการสั่นที่จะเข้าไปทำลายความบริสุทธิ์ของสัญญาณเสียง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของสนามแม่เหล็กได้อย่างดี เนื่องจากวัสดุในการ damping ที่ใช้จะไม่ก่อให้เกิดประจุไฟฟ้าเมื่อมีการถูหรือเสียดสีกับวัสดุอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีการใช้วัสดุสังเคราะห์ชนิด Carbon-infused Composite กับโครงสร้างสาย Peptide เพื่อป้องกันการกวนจากสัญญาณรบกวนนานาชนิด สายแต่ละเส้นจะมีชีลด์คาร์บอนเฉพาะของตัวเอง แตกต่างจากสายรุ่นก่อนซึ่งใช้ชีลด์ร่วมกันซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันที่ต่ำกว่า Carbon-infused Composite นี้มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับสารกึ่งตัวนำที่ดูดซับพลังงานกลและสลายการก่อตัวของสนามแม่เหล็กได้ดี

ชีลด์อีกชนิดที่ใช้เป็นแบบ Super-thin Custom Mylar Foil ที่ช่วยป้องกันสัญญาณรบกวนชนิดความถี่ต่ำ รูปแบบการเข้าสายแบบถักชนิด Non-magnetic Super High-coverage Copper Braid นั้นช่วยป้องกันสัญญาณรบกวนความถี่สูงได้อย่างทรงประสิทธิภาพ สายส่วนใหญ่มักทำตัวเป็นสายอากาศดึงดูดสัญญาณต่างๆ รวมถึงสัญญาณรบกวนเข้าหาตัวเอง แต่ Chaperone นั้นไม่มีคุณสมบัติอย่างที่ว่าอย่างสิ้นเชิง Chaperone 2 คือหนึ่งในสายที่มีการป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดีที่สุดในตลาดขณะนี้ ซึ่งส่งผลโดยตรงกับความเงียบสงัดของพื้นเสียง เสียงดนตรีจะมีความคมชัดโดดเด่นเป็นพิเศษ ชั้น Foil Layer ยังช่วยเพิ่มความแน่นให้กับชั้น Layer ด้านในซึ่งช่วยป้องกันการสั่นได้ดียิ่งขึ้น

ERS Paper Treatment เป็นการป้องกันมลภาวะทางสัญญาณเสียงที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นวัสดุไฮเท็คที่เปรียบได้กับหลุมดำที่ดูดกลืนสัญญาณรบกวนตัวร้ายที่ทำลายเสียง การจัดวางที่ถูกที่ถูกทางจะช่วยให้สัญญาณรบกวนที่เข้าสู่สายใกล้หัวคอนเน็คเตอร์จะถูกจัดการให้หมดไป

เพื่อให้สาย Chaperone 2 มีคุณภาพสูงสุดจากต้นสายยันปลายสาย เราเลือกใช้ปลั๊กคุณภาพสูงของ Valab โดยมีให้เลือกระหว่าง Valab Tellurium Copper/Carbon Fiber/Rhodium RCA หรือ Valab Tellurium Copper/Carbon Fiber/Rhodium XLR โดยที่ตัวนำที่ใช้ประกอบไปด้วย Tellurium Copper (ซึ่งมีคุณสมบัติในการเป็นตัวนำคล้ายคลึงกับทองแดงบริสุทธิ์) ที่ชุบด้วย Rhodium เพื่อการส่งผ่านสัญญาณบริเวรณพื้นผิวตัวนำให้เป็นไปอย่างดีที่สุด

สายทุกเส้นผ่านการทดสอบและเบิร์นสายก่อนส่งมอบ

เราได้ตัดสินใจในการทำสายหุ้ม DHC Silver Silica Fiber Sleeve ให้เป็นสายหุ้มมาตรฐานสำหรับสาย Chaperone 2 สายหุ้มตัวใหม่นี้ถูกออกแบบให้มีความพอดีกับสายภายในในระดับที่เมื่อสายหุ้มเรียบร้อยแล้วสายสำเร็จจะดูสวยงามน่าใช้อย่างที่สุด

PRICED PER PAIR



ขอแนะนำสายสัญญาณรุ่นสูงสุดของ DHC Chaperone 3 ซึ่งเป็นสายคุณภาพเหนือระดับที่สุดเท่าที่เคยออกแบบสร้างมา

Chaperone 3 ใช้ตัวนำขนาด 22 awg ที่มีโครงสร้างแบบ “Fusion” ที่พรั่งพร้อมด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ที่หลากหลาย ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมในด้านรายละเอียดและความปราณีตงดงาม มีการใช้ตัวนำ 2 แบบร่วมกันคือตัวนำเงินชนิด OCC Silver Litz 7 สายและตัวนำทองแดง OCC Copper Litz 7 สายรวมตัวกันเรียงรอบแกนกลางที่เป็นสารกึ่งตัวนำ ซึ่งทำหน้าที่กระจายและระบายพลังงานและสนามแม่เหล็กที่ก่อตัวขึ้นมาที่ตัวสายด้วยการแปลงสภาพให้เป็นความร้อน สายแต่ละสายมีฉนวนแบบ Conductive Carbon Secondary Insulation เพื่อการป้องกันสัญญาณรบกวนรูปแบบต่างๆ และทำการ damping เพิ่มเติมด้วย Cotton เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของโครงสร้างสาย มีการใช้ Foil Shield รอบ OFC Copper Braid Shield ถึง 2 ชุดแทนที่การใช้เพียงชุดเดียวเฉกเช่น Complement 2 สายแต่ละแชนแนลถูกแยกส่วนกันอย่างเป็นอิสระ

Double Helix Cables - DHC Chaperone Flagship Interconnects - RCA, XLR
฿17,192
Double Helix Cables – DHC Chaperone Flagship Interconnects-RCA, XLRการจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน มีสายสัญญาณไม่มากนักที่ผู้ผลิตจะใส่ใจในทุกรายละเอียดในการสร้างเพื่อที่จะรักษา..
฿17,192

Available Options

Double Helix Cables - DHC Flagella Reference OCC Litz Speaker Cable

Brand: Double Helix Cables

Product Code: DHC Flagella Reference OCC Litz Speaker Cable

฿76,400

Double Helix Cables – DHC Flagella Reference OCC Litz Speaker Cable

การจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

DHC Flagella Speaker Cable

ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก DHC สายลำโพงที่มีสมรรถนะสูงที่สุดในโลก เรามั่นใจว่าสาย DHC Flagella จะโค่นบัลลังก์สายไฮเอนด์ทั้งหมดที่มีจำหน่ายในตลาดด้วยการออกแบบในรูปแบบที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากการที่ได้ทดสอบสายกับลำโพงต่างๆ เสียงที่ได้ฟังนั้นมีความเหนือชั้นกว่าทุกสายที่เคยทดลองมาด้วยซาวด์สเตจที่ขยายตัวทะลุกำแพงห้องไปไกล เสียงสูงที่นุ่มนวลทอดตัวยาว เสียงความถี่ต่ำที่หนักหน่วงและมีหัวเสียงที่คมกริบ ถ้าให้สรุปสั้นๆ ก็คือสายนี้ให้คุณภาพดุจเดียวกับสายหูฟังที่ดีที่สุดของ DHC ซึ่งก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะมีการใช้เทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันประกอบกับคุณภาพวัสดุ ความรู้ ความเข้าใจในหลักการออกแบบผลิตที่มาจากต้นทางเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบคุณภาพกับสายที่ใช้ตัวนำเป็นทองแดงที่ออกแบบมาอย่างดีเช่นกัน เราพบว่าสาย DHC Flagella ให้ความสมจริงและรายละเอียดเสียงเหนือกว่าสายที่นำมาเปรียบเทียบด้วยเป็นอย่างมาก

ในชุดสายประกอบด้วย สาย 4 เส้นพร้อม Spade ก้ามปูหัว-ท้าย ซ้ายขวา สำหรับขั้วบวก ขั้วลบ การต่อใช้งานก็เพียงแค่เชื่อมต่อทีละสายแบบแยกเส้น

DHC Flagella สายลำโพงที่เป็นต้นแบบให้กับสายอื่นๆ อย่างแท้จริง

  • สายลำโพงชนิดแรกที่ใช้ OCC Litz
  • สายลำโพงชนิดแรกที่ใช้โครงสร้าง Type 6 Litz
  • สายลำโพงชนิดแรกที่ใช้การออกแบบชนิด 4-Tier Litz – 7 Strands x 5 กลุ่ม x 6 กลุ่ม x 6 กลุ่ม
  • ใช้แกนสายถึง 63 แกน มีการ damping และการป้องกันประจุไฟฟ้าที่สมบูรณ์ในระดับสายย่อยทุกหน่วย
  • ใช้แกนกลางชนิด Conductive Carbon Based ร่วมกับแกนนอกชนิดใยฝ้ายบริสุทธิ์
  • ใช้ตัวนำต่างขนาด

DHC Flagella เป็นสายลำโพงชนิดแรกที่ใช้ตัวนำและรูปแบบชนิด Fine-Stranded OCC Copper Litz นอกจากนั้นสาย Litz ที่ใช้ก็เป็นชนิด Peptide Monolith ซึ่งเป็นโครงสร้างสายที่มีความสลับซับซ้อนที่สุดของการผลิตเพื่องานเสียงและยังใช้ดีไซน์แบบ True Type 6 เป็นครั้งแรกของโลกสำหรับงานเครื่องเสียงอีกด้วย

ที่แกนกลางของ Peptide Monolith คือ Conductive Core ที่มีการใช้งานเป็นครั้งแรกกับสาย Complement 3 ด้วยคุณสมบัติที่มีความยืดหยุ่นสูง ให้คุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับสารกึ่งตัวนำที่เหมาะสมสำหรับการ damping และการกำจัดการก่อตัวของประจุไฟฟ้า ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เป็นกลางภายในสาย และ Conductive Core นี้ยังสามารถทำงานอย่างมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มตัวนำ 36 กลุ่มที่อยู่ล้อมรอบที่แตกตัวเป็นกลุ่มใหญ่ได้อีก 6 กลุ่ม

รูปแบบการจัดวางแบบ 43 แกนนั้นช่วยยกระดับคุณภาพของ Litz ได้เป็นอย่างดี การออกแบบเช่นนี้ทำให้สายแต่ละกลุ่มมีฉนวนของตัวเองและตัวนำชนิด OCC Copper ที่เรียงตัวรอบแกนในแต่ละกลุ่มนั้นสามารถลดปฏิกิริยา Skin Effect โดยป้องกันไม่ให้สัญญาณเสียงวิ่งผ่านเฉพาะที่พื้นผิวของตัวนำ ด้วยจำนวนแกนตัวนำที่เพิ่มมากขึ้นระดับนี้ทำให้ตัวนำทำหน้าที่ส่งผ่านสัญญาณได้สะดวก ปราศจากจุดอับสัญญาณของตัวนำ ทำให้สัญญาณวิ่งผ่านจากต้นทางไปยังปลายทางได้คล่องเต็มประสิทธิภาพ

รูปแบบโครงสร้างตัวนำแบบ Type 6 Litz เป็นรูปแบบที่มีความซับซ้อนที่สุดโดยประกอบไปด้วยแกนหลักที่ถูกล้อมรอบด้วย Type 4 ถึง 6 กลุ่ม ซึ่งในแต่ละ Type 4 นั้นยังประกอบไปด้วย Type 2 รอบแกนอีก 6 กลุ่ม DHC Flagella นั้นเป็นงานออกแบบที่ไปได้ไกลเกินการออกแบบ Type 6 Litz ที่นับว่าเป็นรูปแบบที่ซับซ้อนที่สุดแล้ว เพราะประกอบไปด้วย Type 2 Litz ถึง 36 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีแกนใยฝ้ายบริสุทธิ์ของตัวเอง ในขณะที่ดีไซน์แบบ Type 6 มาตรฐานนั้นประกอบไปด้วยแกนตัวนำรวมทั้งหมด 7 แกน Type 6 ที่เป็นดีไซน์ก่อนหน้าที่พบในงาน Audio มักจะเป็นแบบกลุ่มตัวนำล้อมแกนประมาณ 5-6 กลุ่ม Type 4 ก็เป็นเวอร์ชั่นที่ทำให้เรียบง่ายขึ้นโดยใช้แกนกลางเพียงอันเดียวและ Type 2 ก็ยิ่งเรียบง่ายขึ้นไปอีกโดยไม่ใช้แกนกลางเลย

โครงสร้างสาย Litz

Type 2

-ฉนวนหุ้มตัวนำทำด้วย Textile Yarn, Tape หรือ Extruded Compounds

-ตัวนำประกอบไปด้วยกลุ่มสาย Litz แบบ Type 1 หรือ Type 2

Type 4

-ฉนวนหุ้มกลุ่มตัวนำทำด้วย Textile Yarn, Tape หรือ Extruded Compounds

-ตัวนำประกอบไปด้วยกลุ่มสาย Litz แบบ Type 2

-แกนกลางเป็น Fiber

Type 6

-ฉนวนหุ้มกลุ่มตัวนำทำด้วย Textile Yarn, Tape หรือ Extruded Compounds

-ตัวนำประกอบไปด้วยกลุ่มสาย Litz แบบ Type 4

-แกนกลางเป็น Fiber

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ DHC Flagella เป็นสาย Litz แท้ที่ประกอบขึ้นจากตัวนำขนาดเล็กเป็นจำนวนหลายร้อยเส้น ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มย่อยพร้อมฉนวนและแกนกลางเฉพาะของตัวเอง มิใช่สาย “Litz Braid” ของตัวนำขนาดใหญ่ที่พบในสายทั่วไป เราจะไม่ทำสายรุ่นที่เหนือไปกว่านี้อีกแล้วเพราะนี่คือสายที่เป็นที่สุดแห่งการออกแบบของ DHC และสามารถทำเช่นนี้ได้ด้วยขนาดสายและรูปแบบโครงสร้างตามที่เป็นอยู่ตามรุ่นนี้เท่านั้น ไม่สามารถดัดแปลงหรือปรับปรุงให้เป็นอย่างอื่นไปได้ เฉกเช่นเดียวกันกับสายรุ่น Silver Spore ซึ่งเป็นสายรุ่นเรือธงของ DHC ที่นับเป็นดีไซน์ในฝันที่ไม่สามารถทำให้ดีไปกว่านี้ได้แม้จะเพิ่มงบประมาณในการจัดทำก็ตาม

ตัวนำ

DHC Flagella ใช้ตัวนำขนาด 11 awg ซึ่งเป็นตัวนำขนาดใหญ่ที่สุดของเรา (ซึ่งใหญ่กว่าสาย Peptide V2 ของเรากว่า 20 เท่า) ประกอบไปด้วยสายทองแดงบริสุทธิ์ OCC ต่างขนาดจำนวน 1,260 เส้น สายเหล่านี้ถูกเคลือบด้วย Enamel ที่ช่วยป้องกัน Oxidation และทำให้สายดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ ฉนวนที่ใช้ทำจาก Teflon ที่มีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม ด้วยขนาดสาย 6.2 มม. เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับสายหูฟัง สาย DHC Flagella จะดูมีขนาดใหญ่ยักษ์ขึ้นมาทันที แม้ว่าขนาดดูใหญ่กว่า ทว่าการใช้งานจริงกลับมีความยืดหยุ่นและให้ตัวได้อย่างดี สามารถโค้งงอให้ตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เสี่ยงต่อการบิดงอเสียรูปดังเช่นสายชนิด Solid-Core

โครงสร้างสาย DHC Flagella แบ่งตามระดับต่างๆ ได้ตามนี้

ระดับ 1 โครงสร้างสายสมบูรณ์

ระดับ 2

6 กลุ่ม + 1 แกน Conductive Core

x 6 กลุ่ม

x 5 กลุ่ม

x 7 Strands (ตัวนำ 7 เส้น)

ระดับ 3

6 กลุ่ม + 1 แกนใยฝ้าย

x 5 กลุ่ม

x 7 Strands (ตัวนำ 7 เส้น)

ระดับ 4

5 กลุ่ม + 1 แกนใยฝ้าย

ระดับ 5

7 Strands (ตัวนำ 7 เส้น)

สายระบบแยกการส่งสัญญาณอย่างเป็นอิสระ

DHC เชื่อในการแยกการส่งสัญญาณที่เหมาะสม จากประสบการณ์ของเรา สายลำโพงไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากการชีลด์หรือการถักสายรูปแบบต่างๆ DHC Flagella ประกอบไปด้วยกลุ่มสายจำนวนมากที่แต่ละกลุ่มทำงานอย่างเป็นเอกเทศของตัวเอง โดยไม่มีการไปรวมกับตัวนำอื่นๆ ผลที่เกิดขึ้นคือ คุณสมบัติการส่งสัญญาณที่สมบูรณ์แบบ (ด้วยโครงสร้างที่เอื้อต่อการส่งผ่านสัญญาณของรูปแบบ Type 6, 43 Core)

สายหุ้มคัสตอม

DHC Flagella ใช้สายหุ้มที่ทำจาก Teflon ซึ่งมีความทนทานสูงสุด นอกจากนี้ยังช่วยรักษารูปทรงของ Flagella ให้อยู่ในรูปร่างที่สมบูรณ์ตลอดการใช้งาน ในความเป็นจริงสาย DHC Flagella นั้นมีความสมบูรณ์แบบโดยไม่จำเป็นต้องใช้สายหุ้มใดๆ ก็ได้อยู่แล้ว แต่หากผู้ใช้มีความประสงค์ที่จะใส่สายหุ้ม เราก็สามารถจัดการให้ได้ตามสต็อคสายหุ้มคุณภาพที่เราเตรียมไว้

การใช้งาน

DHC Flagella เข้าหัวคอนเน็คเตอร์กับก้ามปูชนิด Ultrapure Copper/Gold Plated คุณภาพสูงสุดของ Furutech นอกจากนี้ยังมีสาย Jumpers ที่เข้าชุดกัน ขนาด 12 นิ้ว (ใช้สายแบบเดียวกันพร้อมคอนเน็คเตอร์แบบเดียวกัน)

ด้านบนเป็นภาพของ DHC Flagella ที่ทำขึ้นสำหรับการใช้ภายในบริษัท DHC ก้ามปู Carbon Fiber ที่เห็นดูดีมากแต่กลับกลายเป็นว่าวัสดุที่ใช้ทำเป็นทองเหลือง ซึ่งน่าผิดหวังสำหรับเรา เพราะเราต้องการใช้แต่ทองแดงบริสุทธิ์ เราทำการทดสอบคอนเน็คเตอร์ของทุก brand และมีเพียงไม่กี่ brand เท่านั้นที่ดีพอให้เราเลือกใช้กับสาย Flagella ของเรา
Double Helix Cables - DHC Flagella Reference OCC Litz Speaker Cable
฿76,400
Double Helix Cables – DHC Flagella Reference OCC Litz Speaker Cableการจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน DHC Flagella Speaker Cable ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก DHC สายลำโพงที่มีสมรรถนะสูงที่สุดใ..
฿76,400

Available Options

Double Helix Cables - DHC Mini Silver Complement4: Ultimate Portable Interconnect

Brand: Double Helix Cables

Product Code: DHC Mini Silver Complement4: Ultimate Portable Interconnect

฿13,850

Double Helix Cables – DHC Mini Silver Complement4: Ultimate Portable Interconnect

การจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

DHC Mini Silver Complement4

Ultimate Portable Interconnect


ที่คุณเห็นไม่ใช่เพราะตาฝาดแต่มันคือสาย Silver Complement 4 ซึ่งเป็นสายหูฟังรุ่นสูงสุดของเราที่อยู่ในรูปแบบของสาย Portable Interconnect และแน่นอนว่าจากการที่ใช้สายระดับนี้มาทำ มันต้องเป็น Portable Interconnect ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีอย่างแน่นอน เมื่อมาอยู่ในรูปแบบของสาย Portable Interconnect สายยังคงมีความยืดหยุ่นในการใช้งานได้เป็นอย่างดีและแน่นอนว่าคุณภาพอย่างที่พบได้จากสายหูฟัง Silver Complement 4 จะต้องคงอยู่ในสายสัญญาณสำหรับเครื่องพกพาเส้นนี้จากการใช้หัวใจดวงเดียวกันในการสร้าง

ขอแนะนำ Integrated Wire สาย Integrated Wire ที่ประกอบไปด้วยสาย Signal Wire ที่มีโครงสร้างหลายชั้น (Multi-layer Construction) ผลิตขึ้นมาด้วยเครื่องจักรเพื่อความละเอียดและคงที่ในเนื้องาน จากนั้นจึงนำมาเข้างานให้เป็นรูปตามแต่สเป็คที่ผู้ใช้กำหนดมา เป้าหมายคือการสร้างคุณสมบัติเฉพาะในพื้นที่ด้านในของตัวนำ Litz Copper หรือ Silver Strands เพื่อให้เกิดผลทางการถ่ายทอดเสียงที่เหนือสายทั่วไป สายในซีรีส์นี้เป็นสายที่ผลิตด้วยเครื่องจักร เนื้องานมีความแม่นยำสูง และเป็นงานออกแบบที่ DHC พัฒนาขึ้นเอง

Carbon-Polymer Outer Shielding Insulation

เป็นวัสดุที่ DHC พัฒนาขึ้นใช้เป็นการเฉพาะซึ่งให้ผลในการชีลด์ได้ดีกว่าการใช้ชีลด์แบบโลหะหนัก การชีลด์เช่นนี้มีใช้งานในสายรุ่นสูงสุดที่ต้องการคุณภาพทางเสียงที่บริสุทธิ์ที่สุดและน้ำหนักเบาด้วยโครงสร้างที่พิเศษ มีการอ่อนตัว ยืดหยุ่นได้ดีเยี่ยมและสามารถป้องกันสัญญาณรบกวนนานาชนิดได้เป็นอย่างดี

Flexible Teflon Secondary Dielectric Layer

Teflon มีคุณสมบัติพิเศษ คือมีค่าความเป็นฉนวนสูงและมีการดูดซับต่ำ ซึ่งทำให้โครงสร้างสายมีการรักษารูปเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังช่วยให้สายมีสมดุลทางไฟฟ้าที่ดีจากการที่มีค่าเหนี่ยวนำและค่าประจุไฟฟ้าต่ำ จากการใช้ Teflon ในสายรุ่น Complement4 ทำให้เราสามารถลดขนาดของสายลงได้ถึง 60% ในขณะที่ช่วยยกระดับคุณภาพด้านอื่นๆ อีกมากมาย Complement4 กับการปรับปรุงจวบจนปัจจุบันนี้มีน้ำหนักที่เบาลงและมีความยืดหยุ่นมากกว่าสายรุ่นก่อนหน้าเป็นอย่างมาก

Pure Cotton Primary Dielectric Layer

เป็นครั้งแรกที่มีการใช้เส้นใยถักรอบตัวนำ Litz Strands ก่อนปิดทับด้วยฉนวนชั้นนอก ผลที่เกิดขึ้นคือสายที่มีฉนวนหลักทำจากใยฝ้าย ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ไปเพิ่มเติมหรือลดทอนการส่งผ่านสัญญาณของตัวนำ หากแต่ช่วยต้านการสั่นที่เกิดกับตัวนำได้อย่างดีเยี่ยมพร้อมทั้งยังมีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนที่เหนือกว่าฉนวนทั่วไปมาก การที่ใช้ใยฝ้ายเป็นฉนวนนี้มีความคงรูปที่ดี ไม่เปราะบางเพราะมีการป้องกันด้วยโครงสร้างของชั้นฉนวนที่ต่อจากนี้เพื่อให้คงรูปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

22 awg Pure OCC type 4 Litz

ตัวนำความบริสุทธิ์สูงชนิด Ultrapure Single-Crystal Litz ถูกเรียงเส้นรอบแกนทรงกลม การจัดรูปแบบสายในลักษณะนี้ช่วยลดการเกิด Skin Effect เนื่องจากสายแต่ละเส้นถูกจัดวางเรียงบนพื้นผิวของแกนทรงกลมเป็นรัศมี 360 องศา ทำให้เกิดการกระจายความต้านทานที่สม่ำเสมอจากต้นถึงปลาย สาย Strand แต่ละเส้นถูกเคลือบด้วย Enamel ที่มีความบางมาก เพื่อช่วยป้องกันมิให้เกิด Oxidation และ Cross-talk ระหว่างสาย Strand ด้วยกัน และป้องกันไม่ให้เกิดกระแสวนอันจะทำให้เกิดประจุพลังงานตกค้างที่จะส่งผลในแง่ลบต่อการส่งสัญญาณได้ โครงสร้างแบบนี้เป็นโครงสร้างตัวนำที่เรามีความภูมิใจในการออกแบบสร้างเป็นอย่างยิ่งซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเสียงทุกๆ ชุดที่ได้ใช้

Type 4 Conductive/Damping Core

Type 4 Litz เป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับการปรับจูนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจาก Type 2 Litz ด้วยแกน Damping ตรงกลาง ซึ่งจะช่วยให้สาย Litz Strands หลุดออกจากจุดอับหรือ Dead Spot ตรงกลาง ทำให้เกิดการกระจายของ Strands ที่สม่ำเสมอ สำหรับ Complement4 เราได้พัฒนา Type 4 Damping Core ให้ดีขึ้นไปอีกระดับด้วยการใช้แกนแบบ Conductive Core ซึ่งแกนชนิดนี้ทำขึ้นจากวัสดุเฉพาะ Proprietary Resistive Material ที่มีความสามารถในการดูดซับสนามแม่เหล็กที่ก่อตัวขึ้นภายใน ในขณะที่ทำหน้าที่เหนี่ยวรั้งการสั่นที่เกิดขึ้นของทั้ง 2 ฝั่งของตัวนำหรือหากจะพูดให้เห็นภาพก็คือถูกประกบแบบแซนด์วิชระหว่างใย Cotton และแกนนี้ ผลก็คือสภาพโครงสร้างภายในที่สมบูรณ์แบบ


Double Helix Cables - DHC Mini Silver Complement4: Ultimate Portable Interconnect
฿13,850
Double Helix Cables – DHC Mini Silver Complement4: Ultimate Portable Interconnectการจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือนDHC Mini Silver Complement4 Ultimate Portable Interconnect ที่คุณเห..
฿13,850

Available Options

Double Helix Cables - DHC Molecule Elite Headphone Cable - portable OCC silver powerhouse

Brand: Double Helix Cables

Product Code: DHC Molecule Elite Headphone Cable portable OCC silver

฿13,110

Double Helix Cables – DHC Molecule Elite Headphone Cable – Portable OCC Silver Powerhouse

การจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

Molecule Elite


ขณะนี้มี Selection พร้อมสำหรับหูฟัง Focal แล้วตามรุ่นดังต่อไปนี้

“Eidolic Universal 3.5 มม. Single” สำหรับหูฟัง Focal Listen

“Eidolic Universal 3.5 มม. Dual” สำหรับหูฟัง Focal Elear

“Focal Utopia Dual Lemo” สำหรับหูฟัง Focal Utopia

สายหูฟัง Molecule Elite เป็นสายหูฟังคุณภาพสูงสุดสำหรับสายหูฟังในซีรีส์ Molecule ของเรา  โดยมีให้เลือกพิจารณาตั้งแต่รุ่น Ultra Compact 4 Wire (Silver หรือ Fusion)  ไปจนถึงรุ่นสูงสุดคือ 8 wire/ 22 awg Silver

Molecule Elite เป็นสายที่ถูกออกแบบสร้างขึ้นเพื่อเป็นสายอเนกประสงค์ที่มีความทันสมัยที่สุดที่ใช้งานได้ดีทั้งแบบพกพาและใช้งานที่บ้าน  จากการพัฒนาด้านการผลิตสายที่ต่อเนื่องทำให้เราสามารถสร้างสาย Litz OCC ให้มีขนาดเล็กลงเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูงและน้ำหนักที่เบาลงและรุ่น 8-wire Silver นั้นมีขนาดตัวนำที่นับขนาดรวมได้ถึงขนาด 22 awg ซึ่งนับเป็นสายรุ่นสูงสุดของซีรีส์นี้  สาย Molecule Elite ให้คุณภาพเสียงเหนือกว่าสาย Multi Strand Braided อย่างชัดเจน  โดยโครงสร้างสายประกอบไปด้วยตัวนำผสม (Fusion)  ระหว่างเงิน OCC + ทองแดงบริสุทธิ์ OCC (ฉนวนแยกเฉพาะแต่ละตัวนำ)  ในรูปแบบ Type 4 Litz ของตัวนำแต่ละกลุ่มและ Silver Peptide (Pure OCC Silver Type 4 Litz)  ผลที่ออกมาคือหนึ่งในสาย DHC ที่ดีที่สุดในราคาที่จับต้องได้

Features:

สาย Molecule Elite มีหัวคอนเน็คเตอร์ให้เลือกใช้ทุกแบบทุกขนาด  โดยสต๊อคที่ DHC เลือกมาให้ลูกค้านั้นผ่านการคัดสรรมาแล้วว่ามีคุณภาพดีที่สุดสำหรับการใช้งานร่วมกับ Molecule Elite

ตัวแยกสาย Y-Split ของ Molecule Elite คือรุ่น Capsid V2 Mini-Splitter ซึ่งทำจาก CNC Machined, Polished, Clear-anodized Aluminum  แต่งลายด้วย Carbon Fiber แท้  ซึ่งมีความสวยงามและทนทานมาก  สำหรับสาย XLR เราเพียงแค่ใช้ Splitter เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกตัวก็สามารถใช้งานได้อย่างสวยงามลงตัว  เนื่องจาก Y-Splitter รุ่นนี้มีน้ำหนักเบามากและจะไม่เป็นที่สังเกตุถึงจำนวนที่เพิ่มขึ้นมาแต่อย่างใด

Eidolic Titanium Y-Split มีในสต๊อคให้เลือกพิจารณาใช้แล้ว  Splitter รุ่นนี้ยิ่งมีขนาดเล็กและเบาลงไปอีก อีกทั้งยังมีความสวยงามดุจงานศิลป์ระดับสูงชิ้นน้อย

Molecule Elite ใช้สายคุณภาพสูงที่สุดเท่าที่เราได้ออกแบบมา เมื่อเปรียบเทียบกับสายทั่วไปในตลาดแล้ว Molecule Elite มีคุณภาพเหนือกว่าอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติในการส่งผ่านสัญญาณหรือความสะดวกสบายในการใช้งาน  โดยในซีรีส์นี้สายรุ่น Fusion ที่ใช้ตัวนำผสมเหมือนจะเป็นรุ่นที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุดเมื่อเทียบราคา/คุณภาพ  สาย Fusion ของ Molecule Elite เป็นสายไฮบริดแท้ๆ ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มของตัวนำเงิน OCC ที่มีฉนวนเป็นของตัวเองกับตัวนำทองแดง Litz Strands ที่อยู่ในฉนวน Polyethylene ใสที่มีความยืดหยุ่นสูง  สาย Fusion นี้ให้คุณภาพเสียงที่เหนือกว่าสายรุ่นทองแดง OCC  ในขณะที่ราคายังคงอยู่ในระดับกลางระหว่างตัวนำเงินและทองแดง

สำหรับคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นไปกว่านี้  เราขอแนะนำสาย Pure OCC Silver Peptide Litz  ซึ่งสายนี้ให้ความเที่ยงตรงและนำเสนอซาวด์สเตจได้อย่างแม่นยำมากกว่าสายใดๆ ที่เราทดสอบ  ดีกว่าสาย Fusion ที่เราว่าดีแล้วอีก  สายทั้งสองรุ่นนี้มีความเป็นธรรมชาติสูง  สามารถฟังได้นานโดยไม่มีอาการล้าหูหรือเครียดจากการฟังและไม่มีอาการในแง่ลบที่มักเกิดขึ้นกับตัวนำเงินบริสุทธิ์ที่เราเคยพบมาด้วย เหตุผลหลักก็คือ ตัวนำเงินที่เราใช้ ไม่ใช่เงินธรรมดา แต่เป็นเงิน OCC Litz

Molecule Elite  ใช้รูปแบบสายแบบ V3 (รุ่นที่ 3)  Type 4 OCC Litz ที่ใช้แกนกลางเป็นใยฝ้ายบริสุทธิ์จากธรรมชาติ  เพื่อการ damping ที่สมบูรณ์รวมถึงความสามารถในการจัดรูปทรงของตัวนำที่ล้อมรอบและการควบคุมการสั่นที่เกิดขึ้น  ผลลัพธ์จากการออกแบบที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งทำให้เราได้สายที่ถ่ายทอดเสียงได้เปิดเผยและอุดมไปด้วยรายละเอียดในทุกอณูของเสียง  ข้อเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสายทั่วไปเช่นจุดอับสัญญาณหรือ Dead Spot  นั้นไม่เกิดขึ้นกับ  Molecule Elite แน่นอน

สาย Elite มีฉนวนแยกเฉพาะและให้ความยืดหยุ่นได้ดีเยี่ยม  ฉนวนที่ใช้งานกับสาย Elite เป็นชนิด Clear Polyethylene ที่ผ่านการพัฒนามาถึงรุ่นที่ 5 ซึ่งเป็นรุ่นที่ให้ประสิทธิภาพสูงที่สุด  ตัวนำเส้นเล็กแต่ละเส้นได้ผ่านการเคลือบ Enamel เพื่อป้องกันมิให้เกิดการ Oxidation    สาย DHC ระดับสูงสุดจะใช้แต่ตัวนำบริสุทธิ์เท่านั้น  เราจะไม่ใช้ตัวนำอื่นใดนอกจากทองแดงและเงินบริสุทธิ์และต้องเป็นแบบ OCC ที่ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

Molecule Elite  ถูกออกแบบให้ใช้สาย 4 เส้นในรูปแบบการถัก 4 สาย  สำหรับ Silver Peptide จะใช้แบบตัวนำ 8 เส้นในรูปแบบ Sinnet Braid รูปแบบสายถักที่เราเลือกใช้นี้ผ่านการคัดเลือกทดสอบมาอย่างละเอียดรอบคอบว่าให้ผลทางเสียงที่ดีที่สุดแล้ว  จากการที่เป็นรูปแบบสายแบบ Symmetrical ที่มีความสมดุลของตัวนำตลอดเส้นจากต้นทางยันปลายทาง  สายแบบถัก 8 เส้นที่เราใช้มีรูปแบบการเข้าสายที่แน่นเป็นรูปทรงเหลี่ยมที่ไม่มีช่องว่างให้กินเนื้อที่เลย  ดังนั้นสายจึงมีขนาดที่เล็กมากเป็นพิเศษ

พร้อมกันนี้เราได้เตรียมสายหุ้มแบบต่างๆ ไว้ให้เลือกเป็น Option สำหรับการหุ้มสายในส่วนที่ต่อจาก Y-Split ลงมา  สายหุ้มที่เราคัดเลือกมานั้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีว่ามีความสวยงามและมีความนุ่มนวล ให้ความรู้สึกที่ดีเยี่ยมในขณะใช้งาน

ลักษณะเฉพาะของสาย DHC

  • ไม่มีการชุบทองเพราะทองเป็นตัวนำที่แย่กว่าทองแดงและเงิน ตัวนำที่ดีที่สุดที่เรารู้จักคือ Pure OCC Silver Litz
  • ไม่งมงายในเรื่องความบริสุทธิ์ไร้ขอบเขต เงินบริสุทธิ์ 7N และ 8N นั้นไม่มีอยู่จริง  แล็ปชั้นนำระดับท็อปของญี่ปุ่นสามารถผลิตตัวนำที่บริสุทธิ์ได้สูงสุดที่ 6N
  • ไม่มีลูกเล่นทางการตลาดใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกล่อง, วงจรเน็ตเวิร์ค, Nano tubes แม่เหล็ก etc ที่เอามาติดพ่วงไว้ที่สายหรือแม้แต่การใช้สาย Vintage สิ่งเหล่านี้เราไม่เอามาเกี่ยวข้องด้วยเลย
Double Helix Cables - DHC Molecule Elite Headphone Cable - portable OCC silver powerhouse
฿13,110
Double Helix Cables – DHC Molecule Elite Headphone Cable – Portable OCC Silver Powerhouseการจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน Molecule Elite ขณะนี้มี Selection พร้อมสำหรับห..
฿13,110

Available Options

Double Helix Cables - DHC Molecule SE Headphone Cable - premium OCC copper litz

Brand: Double Helix Cables

Product Code: DHC Molecule SE Headphone Cable premium OCC copper litz

฿9,140

Double Helix Cables – DHC Molecule SE Headphone Cable – Premium OCC Copper Litz

การจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

Molecule “SE” 

Premium type 4 litz OCC Headphone Cable

Pure OCC Silver Litz “Peptide” ในแบบ Ultra compact SE25 หรือ Advanced SE22

Molecule SE คือสายหูฟังไซส์เล็กที่มีรูปลักษณ์สวยงามน่าใช้ โครงสร้างสายเป็นแบบ Custom Litz Wire ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งให้สมรรถนะที่จะทำให้ผู้ที่ได้ฟังเกิดความประหลาดใจในคุณภาพที่โดดเด่นถึงขนาดนี้ ยังไม่นับรวมถึงคุณสมบัติในการใช้งานที่ให้ความยืดหยุ่นสูงและมีน้ำหนักเบามากเป็นพิเศษ

Molecule SE เป็นสายที่ใช้ได้อย่างดีเยี่ยมทั้งแบบพกพาและใช้งานที่บ้าน ด้วยรูปแบบการเข้าสายแบบ 4 ออก 2 ที่ให้ความยืดหยุ่นเต็มที่และได้สมรรถนะจากปริมาณตัวนำทองแดงที่อัดแน่นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย Molecule SE ใช้รูปแบบตัวนำชนิด Type 4 Litz ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของวัสดุที่ใช้ทำแกนกลางของสาย เพื่อคุณภาพเสียงและประสิทธิภาพการใช้งาน

หูฟังที่สายรองรับการใช้งานและการเชื่อมต่อ

Molecule SE ใช้งานร่วมกับหูฟังส่วนใหญ่ที่ถอดเปลี่ยนสายได้เป็นอย่างดี สำหรับคอนเน็คเตอร์ที่ใช้ร่วมกับสายเราเลือกใช้ของ Eidolic เป็นทางเลือกแรก สำหรับหูฟังจำนวนน้อยที่ไม่สามารถใช้งานกับสาย Molecule SE ได้ ให้พิจารณาใช้สาย Molecule Elite แทน

วัสดุ

หัวใจสำคัญของ Molecule SE คือตัวนำที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด Litz Wire Peptide V3 ซึ่งมี 2 แบบให้เลือกใช้ คือ Peptide SE25 และ Peptide SE22 โดยที่ SE22 ใช้โครงสร้างตัวนำแบบ 14-bundle copper core ซึ่งเป็นขนาดตัวนำที่นำมาจากรุ่น Complement 4 Copper ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรายละเอียดและความละเมียดละไมของเสียงที่ดีขึ้นอีกระดับ

Peptide SE25 ซึ่งมีขนาดเล็กกว่านั้นใช้ตัวนำขนาด 25 awg ที่เราได้พัฒนาขึ้นใหม่หมด โดยใช้โครงสร้างการเข้าสายแบบถัก 4 เส้นที่ไม่กินเนื้อที่เนื่องจากมีการออกแบบฉนวนอย่างมีประสิทธิภาพ

SE25 มีขนาดสายและรูปแบบที่เท่ากันกับสาย Fusion และ SP Silver Wires ของเรา เพียงแต่ต่างกันที่ตัวนำซึ่งทำด้วยทองแดง OCC ขนาด Strands ที่ใช้จัดว่ามีขนาดเล็กที่สุดและมีจำนวนเส้นมากที่สุดสำหรับการใช้งานกับหูฟัง IEM ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงสุด ฉนวนที่ใช้ได้รับการออกแบบใหม่หมด เพื่อคุณสมบัติที่ดีขึ้นในเรื่องของความใสในการมอง ความนุ่มนวลในการสัมผัสและความยืดหยุ่นในการใช้งานโดยปราศจากปัญหาสัญญาณรบกวน ตัวนำ Litz Strand ได้รับการเคลือบ Enamel เพื่อรักษาคุณสมบัติของพื้นผิวตัวนำให้คงความสมบูรณ์ตลอดอายุการใช้งาน

รูปแบบตัวนำชนิด Peptide Type 4 Litz เป็นรูปแบบที่มีการนำมาใช้งานเป็นครั้งแรกในงานด้านเสียง เพื่อการเฟ้นสมรรถนะสูงสุดจากระบบเสียง โครงสร้าง Type 4 Litz ประกอบไปด้วยกลุ่มตัวนำย่อย OCC Litz Strand 6 กลุ่มที่ถูกจัดเรียงรอบแกนใยฝ้ายบริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติพิเศษที่เอื้อต่อการส่งผ่านสัญญาณของตัวนำ อาทิ การป้องกันการเกิดการก่อตัวของประจุไฟฟ้าที่พื้นผิวของตัวนำเมื่อมีการเสียดสีระหว่างแกนกลางกับผิว Enamel

Type 4 Litz ยังช่วยลดการสั่นที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มตัวนำเอง อีกทั้งยังแก้ปัญหาจุดอับสัญญาณที่มักเกิดขึ้นกับแกนกลางของตัวนำได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย โครงสร้างที่มีคุณสมบัติเช่นนี้มักพบได้ในงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการสื่อสารที่มีความละเอียดอ่อนต่อการรับส่งสัญญาณเป็นอย่างสูง

ตัวนำ Strands ถูกออกแบบให้วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบซึ่งช่วยทำให้สายมีความต้านทานที่คงที่ตลอดเส้น โดยที่ตัวนำแต่ละกลุ่มนั้นมีฉนวนเป็นของตัวเอง ทำให้เปรียบเสมือนพื้นผิวขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ส่งผ่านสัญญาณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัดปัญหา Skin Effect และการสูญเสียสัญญาณ AC ลงได้อย่างน่าประทับใจ กระบวนการสุดท้ายสายจะถูกนำไปผ่านการแช่แข็งแบบ Cryogenic เพื่อเพิ่มคุณสมบัติของสายให้สูงที่สุดก่อนออกจำหน่าย เราได้ทำการทดสอบการใช้งานสายอย่างเข้มข้นทั้งแบบพกพาและแบบใช้งานกับระบบเสียงบ้าน ซึ่งผลที่ได้รับนั้นได้สร้างความประหลาดใจในเชิงบวกเป็นอย่างมากด้วยน้ำเสียงที่มีความเป็นธรรมชาติสูง ปราศจากอาการล้าหูจากการฟัง รายละเอียดทั้งความถี่สูงและต่ำถูกถ่ายทอดออกมาอย่างโดดเด่นเป็นธรรมชาติ รวมถึงเวทีเสียงที่ขยายตัวออกในทุกทิศทาง

สาย Molecule SE มีพร้อมให้เลือกใช้ทั้งแบบสายเปลือยที่เหมาะกับการพกพาและแบบใส่สายหุ้ม Fiber แบบ Signature ของ DHC ที่มีให้เลือกทั้งสี Silver และสีดำ

SE22 มีพื้นฐานมาจากสาย DHC Copper Complement 4 รุ่นสูงสุดที่ใช้โครงสร้างชนิดตัวนำ OCC Copper Litz จำนวน 14 กลุ่มเรียงอย่างเป็นระเบียบรอบแกนกลางแบบ Conductive Core ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจากสายรุ่น Complement 3 โดย SE22 ใช้รูปแบบ Type 4 ที่เหนือกว่าเดิมด้วยการใช้วัสดุกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ที่ต่อต้านการก่อตัวของประจุไฟฟ้าและช่วยยับยั้งแรงสั่นที่เกิดขึ้นกับตัวสายอย่างมีประสิทธิภาพ

SE22 มีขนาดที่เล็ก มีความสะดวกในการใช้งานสูงจากการที่เปลี่ยนรูปแบบการชีลด์แบบเดิมมาเป็นแบบฉนวน PE ใส แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่สมบูรณ์แบบของ Complement 4

สาย DHC Peptide, Peptide Hybrid และ Silver Peptide เป็นสายที่ใช้โครงสร้างแบบ Litz โดยที่สายตัวนำย่อยทั้งหมดนั้นถูกเคลือบด้วย Enamel ที่บางใสจนมองไม่ออก ซึ่งตัวนำที่ถูกเคลือบแล้วนั้นจะมีสภาพที่สมบูรณ์ตลอดอายุการใช้งานโดยไม่มีปัญหาเรื่องการเสื่อมสภาพเกิดขึ้นอย่างถาวร

ตัวแยกสายคุณภาพสูง “Capsid” ของ DHC ทำด้วย Carbon Fiber-Trimmed CNC-Machined Aluminum ที่ลูกค้าสามารถเลือกใช้ได้แบบเป็น option ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ตัวแยกสายชนิดนี้มีขนาดเล็กและเบาที่สุด และทำให้การเข้าสายเป็นไปอย่างสวยงามน่าใช้ อย่างไรก็ตามเรายังคงมีตัวแยกสายชนิดท่อหดพร้อมโลโก้ DHC ให้ลูกค้าหากต้องการให้สายมีขนาดยิ่งเล็กลงไปกว่านี้อีก

ลักษณะเฉพาะของสาย DHC

  • ไม่มีการชุบทองเพราะทองเป็นตัวนำที่แย่กว่าทองแดงและเงิน ตัวนำที่ดีที่สุดที่เรารู้จักคือ Pure OCC Silver Litz
  • ไม่งมงายในเรื่องความบริสุทธิ์ไร้ขอบเขต เงินบริสุทธิ์ 7N และ 8N นั้นไม่มีอยู่จริง แล็ปชั้นนำระดับท็อปของญี่ปุ่นสามารถผลิตตัวนำที่บริสุทธิ์ได้สูงสุดที่ 6N
  • ไม่มีลูกเล่นทางการตลาดใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกล่อง, วงจรเน็ตเวิร์ค, Nano tubes แม่เหล็ก etc ที่เอามาติดพ่วงไว้ที่สายหรือแม้แต่การใช้สาย Vintage สิ่งเหล่านี้เราไม่เอามาเกี่ยวข้องด้วยเลย
Double Helix Cables - DHC Molecule SE Headphone Cable - premium OCC copper litz
฿9,140
Double Helix Cables – DHC Molecule SE Headphone Cable – Premium OCC Copper Litzการจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน Molecule “SE”  Premium type 4 litz OCC Headphone ..
฿9,140

Available Options

Double Helix Cables - DHC OCC Silver Single Strand interconnect – for A&K

Brand: Double Helix Cables

Product Code: DHC OCC Silver Single Strand interconnect – for A&K

฿8,955

Double Helix Cables – DHC OCC Silver Single Strand Interconnect for A&K

การจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

DHC OCC Silver Single Strand Interconnect

ตัวอย่างรูปแบบการเชื่อมต่อที่สามารถทำได้

-4-pin female XLR to AK240 balanced output (Adapter)

-Dual female 3-pin gold/beryllium copper Abbatron XLRs to AK240 balanced output (Adapter)

-RSA/ALQ male 4-pin balanced plug to AK240 balanced output (สายสัญญาณ)

-iBasso male 6-pin balanced plug to AK240 balanced output (สายสัญญาณ)

ฟีเจอร์

โครงสร้างสายที่พัฒนาใหม่ล่าสุดชนิด Silver Peptide V3 Pure OCC Silver Type 4 Litz ที่นำสัญญาณได้ดีที่สุดในโลก

ใช้รูปแบบตัวนำระดับสุดยอด – 8 wire OCC Silver Litz ที่มีขนาดตัวนำรวมถึง 22 awg

ใช้หัวเชื่อมต่อ Eidolic พร้อม Beadblast Aluminum Barrel และหัวต่อชั้นยอดรุ่นอื่นๆ ที่ได้รับการคัดสรรมาแล้ว

หัวต่อ Rhodium ชนิด 3 pin XLR เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาสาย

สามารถสั่งสายให้มีความยาวสูงสุดได้ถึง 8 นิ้ว ในราคาเดิม เพียงแค่แจ้งรูปแบบสายและความยาวที่ต้องการในช่อง Comments ขณะทำการสั่ง

Double Helix Cables - DHC OCC Silver Single Strand interconnect – for A&K
฿8,955
Double Helix Cables – DHC OCC Silver Single Strand Interconnect for A&Kการจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือนDHC OCC Silver Single Strand Interconnect ตัวอย่างรูปแบบการเชื่อมต่อที่สาม..
฿8,955

Available Options

Double Helix Cables - DHC Silver Flagella - Extreme Reference Speaker Cable

Brand: Double Helix Cables

Product Code: DHC Silver Flagella - Extreme Reference Speaker Cable

฿169,990

Double Helix Cables – DHC Silver Flagella –Extreme Reference Speaker Cable

การจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

Silver Flagella

มีจำหน่ายในแบบการสั่งทำเท่านั้น เป็นสายลำโพงระดับอ้างอิงสูงสุดของ DHC ที่โครงสร้างเป็น Elite 19 OCC Silver Litz 16 เส้น 4 เส้นต่อขั้วสัญญาณ ซึ่งนับว่าเป็นสายลำโพงชนิด Fine-Stranded OCC Silver Litz ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมี ด้วยขนาดตัวนำรวมถึง 12.5 awg ต่อทางเดินสัญญาณ

ฟีเจอร์

สาย Pure OCC Silver Litz ขนาด 18.8 awg (19 awg) ใช้ดีไซน์แบบ 14-Bundle ของ Complement 4 ที่แตกตัวเป็นชุดย่อยได้ 30 ชุดจาก 6 กลุ่ม Elite 19 มีปริมาณตัวนำ OCC Silver มากเป็น 2 เท่าของ Complement 4 โครงสร้างสายเป็นแบบกลุ่มซ้อนกลุ่มโดยแต่ละกลุ่มจะเรียงรอบแกนของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ ตัวนำที่ใช้เป็นเงินบริสุทธิ์พิเศษชนิด Ultrapure Single-Crystal Litz Silver รูปแบบโครงสร้างสายแบบนี้สามารถลดการเกิด Skin Effect เนื่องจากตัวนำถูกแบ่งออกเป็นส่วนย่อยที่ด้านในและด้านนอกของสาย โดยเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบจากต้นจนถึงปลาย ซึ่งก่อให้เกิดความต้านทานที่เท่ากันตลอดความยาวสาย สายย่อยระดับเล็กสุดยังถูกเคลือบไว้ด้วย Enamel บางใสที่มีคุณสมบัติป้องกันการเกิด Oxidation และการรบกวนกันเองของตัวนำ ทำให้ภายในโครงสร้างสายไม่มีการเกิดพลังงานตกค้างและการก่อตัวของประจุไฟฟ้าซึ่งมีผลเสียต่อการส่งผ่านสัญญาณ สาย DHC Silver Flagella เส้นนี้มีคุณภาพที่ไปไกลเกินกว่าการเป็นแค่สะพานผ่านกระแสสัญญาณ ใครที่เคยคิดว่าสายตัวนำเงินมักให้เสียงจัดจ้านเกินไปต้องมาฟังสายนี้ ซึ่งเรามั่นใจว่าสายนี้นอกจากจะไม่จัดจ้านแล้ว ยังมีความนุ่มนวลละเมียดละไมยิ่งกว่าสายตัวนำทองแดงด้วยซ้ำ แม้ในการใช้งานกับการบันทึกที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์สักเท่าใด ด้วยความที่เป็นสายที่มีเกรนเสียงที่ละเอียด ปราณีตอยู่แล้ว ทำให้ผู้ที่เคยได้ยินสายนี้ถึงกับอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจว่า “มันเป็นสายเงินจริงๆ เหรอนี่ ทำไมมันช่างนุ่มนวล น่าฟังได้ขนาดนี้...”

Center Conductive/ Damping Core

Type 4 Litz เป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับการปรับจูนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจาก Type 2 Litz ด้วยแกน Damping ตรงกลาง ซึ่งจะช่วยให้สาย Litz Strands หลุดออกจากจุดอับหรือ Dead Spot ตรงกลาง ทำให้เกิดการกระจายของ Strands ที่สม่ำเสมอ สำหรับ Elite 19 เราได้พัฒนา Type 4 Damping Core ให้ดีขึ้นไปอีกระดับด้วยการใช้แกนแบบ Conductive Core ซึ่งแกนชนิดนี้ทำขึ้นจากวัสดุเฉพาะ Proprietary Resistive Material ที่มีความสามารถในการดูดซับสนามแม่เหล็กที่ก่อตัวขึ้นภายใน 

Multicore Type 4/ Type 6 Layout

ด้วยโครงสร้างที่ซับซ้อนของ Elite 19 ที่มีขนาดตัวนำถึง 18.8 awg ทำให้จำเป็นต้องใช้แกนย่อยระดับ 2 อีก 6 แกน แต่ละแกนทำด้วยใยฝ้ายบริสุทธิ์ที่ทำหลายหน้าที่ อาทิ เป็นวัสดุจัดรูปทรงของตัวนำให้เข้าที่และทำหน้าที่ damping สายตลอดเส้น

ฉนวน PE ใสที่ให้ความยืดหยุ่นสูง

ฉนวน PE นี้มีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนที่ดีอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า การ damping ที่ดี ความยืดหยุ่น ความรู้สึกในการสัมผัสใช้งานและความใสที่สามารถมองทะลุไปเห็นถึงความงามของโครงสร้างสายภายใน

โครงสร้างสายแบบขนานตัวนำ

สายแต่ละเส้นประกอบไปด้วยสายย่อย 4 สายร่วมกันนำพากระแสสัญญาณได้อย่างรวดเร็วเต็มประสิทธิภาพ รองรับการใช้งานได้กับลำโพงและแอมป์ชั้นยอดได้ไม่เลือก ด้วยแกนนำมากถึง 24 แกนที่รายรอบไปด้วยตัวนำเงินบริสุทธิ์ OCC Litz ถึง 840 เส้น

แยกช่องสัญญาณกันอย่างเป็นอิสระ

สายแต่ละเส้นประกอบไปด้วยสายย่อย 4 สายที่ให้ปริมาณตัวนำรวมถึง 12.5 awg ต่อสัญญาณ 1 เส้น โดยแต่ละเส้นใช้เชื่อมต่อระหว่างขั้วสัญญาณของแอมป์และลำโพงอย่างเป็นอิสระ

ก้ามปูชนิด Pure Copper ของ Furutech

สามารเลือกแบบชุบทองหรือชุบ Rhodium ได้ตามความชอบ ก้ามปูชนิดนี้เป็นชนิดเดียวที่ใหญ่พอที่จะเข้าหัวได้กับสายที่ใหญ่ระดับนี้


Double Helix Cables - DHC Silver Flagella - Extreme Reference Speaker Cable
฿169,990
Double Helix Cables – DHC Silver Flagella –Extreme Reference Speaker Cableการจัดส่งนับจากวันสั่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือนSilver Flagella มีจำหน่ายในแบบการสั่งทำเท่านั้น เป็นสายลำโพงระดับอ้างอิงสูง..
฿169,990
Page
แสดง 1 ถึง 9 จากทั้งหมด 21 รายการ (3 หน้า)